คนขับแท็กซี่หลายหมื่นคนหันมาใช้แอพเรียกรถเพื่อรับผู้โดยสารในวันนี้

ประเด็นร้อนด้านการขนส่งที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คือการผลักดันการเปิดเสรีการโดยสารรถยนต์ส่วนตัว (Ride-Hailing) เพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อให้บริการขนส่งสาธารณะอย่างถูกกฎหมายผ่านแอพพลิเคชั่น ตรงมุมผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการ ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอพเรียกรถได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของเราและช่วยตอบสนองความต้องการการเดินทางของผู้คนในปัจจุบัน ทั้งในแง่ของมาตรฐานความปลอดภัยด้านความสะดวกสบายรวมถึงราคาเข้าถึง จนทำให้บริการเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางคนแสดงความกังวลว่าเทคโนโลยีหรือบริการใหม่เหล่านี้จะเข้ามาแทนที่งานและทำให้คนขับแท็กซี่ตกงาน

อันที่จริงคนขับแท็กซี่หลายหมื่นคนหันมาใช้แอพเรียกรถเพื่อรับผู้โดยสารในปัจจุบัน เพราะเห็นประโยชน์ในด้านต่างๆ และพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมผู้บริโภค หนึ่งในนั้นคือจิรภัทร์ โสภาลัย ประธานเครือข่าย Taxi Drivers Club 4.0 และกมลาศ กุลบรรลือพิชญ์ ประธานชมรมแท็กซี่ไทยพัฒนา แบ่งปันมุมมองของนักขับมืออาชีพเรื่อง “แอพนั่งรถ” ผ่าน 5 ข้อดี

แกร็บแท็กซี่

1. เพิ่มช่องทางการหาเงิน

แอพเรียกรถช่วยให้คนขับแท็กซี่มีรายได้มากขึ้น เพราะนอกจากจะรับผู้โดยสารที่โบกมือบนท้องถนนแล้ว คุณยังสามารถรับงานผ่านแอพพลิเคชั่นได้อีกด้วย ซึ่งเป็นช่องทางเพิ่มเติมในการสร้างรายได้ให้กับผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังช่วยลดเวลาที่ใช้ในการชนรถเปล่าได้ถึง 30% ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหาผู้โดยสาร ศูนย์ที่ปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังเปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดระบุว่า 99% ของคนขับแท็กซี่ยืนยันว่าแอพเรียกรถช่วยเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
นายจิรภัทร์ โสภาลัย ประธานเครือข่าย Taxi Drivers Club 4.0 กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้เราต้องขับรถต่อไปและรอผู้โดยสารเรียก ส่งผลให้ต้นทุนค่าก๊าซ ก๊าซธรรมชาติ และรายได้รายวันไม่แน่นอน แต่ในปัจจุบันนี้ เมื่อเทคโนโลยีเข้ามา การใช้แอพเรียกรถช่วยให้คนขับแท็กซี่มีรายได้มากขึ้น สามารถเลือกไปยังพื้นที่ที่มีลูกค้าหนาแน่นสูง เพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากดโทรออก จากการถามเพื่อนสมาชิกเครือข่ายที่ใช้แอพเรียกรถ แทบทุกคนพูดพร้อมกันว่ารายได้เพิ่มขึ้น หากเราให้บริการที่ดี ลูกค้าให้คะแนนที่ดี นอกจากนี้เรายังมีโอกาสได้รับโบนัสและผลประโยชน์เพิ่มเติมจากผู้ให้บริการแอพ หากคุณขยัน อดทน และมีเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับงานของคุณ รับรองว่าคนขับแท็กซี่มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 – 60,000 บาทต่อเดือน”

SEE ALSO  เปรียบเทียบ เก้าอี้แคมป์ปิ้ง | Quechua | สนามเดินป่า | Blackdeer | No Brand | รีวิวของแคมป์ Ep.7 | เก้าอี้แค้มปิ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องล่าสุด

2. ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน

แกร็บแท็กซี่

บริษัทเทคโนโลยีหรือผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นต่างลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงมาตรฐานการบริการและความปลอดภัย ซึ่งจะไม่เพียงแต่ช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังทำให้คนขับทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) เพื่อช่วยจับคู่ตำแหน่งคนขับกับปลายทางของผู้โดยสาร ให้คนขับแท็กซี่ทราบจุดขึ้นรถล่วงหน้า ช่วยลดปัญหาการสั่นไหวและไม่หยุดหรือปฏิเสธผู้โดยสารอย่างเป็นรูปธรรม หรือใช้ระบบ GPS (GPS) ซึ่งช่วยนำทางเส้นทางที่เร็วที่สุดไปยังผู้ขับขี่ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด แอพเรียกรถของแกร็บยังมีฟังก์ชันการแปลที่เรียกว่า “Grab Chat” ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับคนขับในการสื่อสาร กับผู้โดยสารต่างประเทศได้อย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาลดอุปสรรคในการสื่อสาร อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวอีกด้วย

แกร็บแท็กซี่

3.เพิ่มความอุ่นใจให้ปลอดภัย

ไม่ใช่แค่ผู้โดยสารที่ต้องการความปลอดภัยในการเดินทาง คนขับแท็กซี่ก็เช่นกัน โดยเฉพาะเวลาขับรถไปส่งผู้โดยสารในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ที่เปลี่ยวหรือตอนกลางคืน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย ความมั่นคง หรือองค์กรอาชญากรรม แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อมีแอพเรียกรถที่นำเสนอเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยที่ให้ความอุ่นใจแก่ผู้ขับขี่ เนื่องจากผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นมีเทคโนโลยีในการตรวจสอบตัวตน (Biometric Authentication) ของทั้งคนขับและผู้โดยสาร จึงสามารถเช็คข้อมูลได้ทันทีหากเกิดเหตุร้ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Share My Ride ที่ผู้ขับขี่สามารถแชร์ข้อมูลการเดินทางทุกครั้งที่ไปรับและส่งให้เพื่อนหรือครอบครัวรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนตลอดเวลา
ในกรณีที่มีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ ผู้ขับขี่ยังสามารถติดต่อ Call Center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือในกรณีฉุกเฉินจะมีปุ่ม SOS เพื่อติดต่อตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที แอพเรียกรถของแกร็บยังมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ขับขี่ในทุกการเดินทาง นอกเหนือจาก พ.ร.บ. คุ้มครองและประกันภัยบุคคลภายนอก โดยให้ความคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท สูงถึงทุนประกันชีวิตสูงสุดถึง 200,000 บาทอีกด้วย

SEE ALSO  เตือน!! เล่น Facebook ผ่านมือถือ ระวังเรื่องการบอกสถานที่ตั้ง ใน Facebook Messenger บริการหาที่ตั้ง | Arinanikitina

4. เพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงิน

ข้อดีอีกอย่างที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือแอพเรียกรถช่วยคนขับแท็กซี่ ซึ่งเป็นกลุ่ม Unbanked หรือบุคคลที่ไม่มีการเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐานจากสถาบันการเงินในระบบ เช่น บริการโอนเงิน ชำระเงิน รับฝากและยืม มีโอกาสเข้าถึงบริการดังกล่าวมากขึ้น เนื่องจากคนขับจะได้รับใบแจ้งยอดจากบริษัทแอพ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของสถาบันการเงิน ทำให้สามารถใช้เป็นหลักฐานในการขอใช้บริการสินเชื่อดิจิทัล ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบถึง 30 เท่า นอกจากนี้ยังช่วยให้คนขับรถแท็กซี่สามารถยืมทรัพย์สินระยะยาวเช่นรถยนต์ได้ ทำให้การเป็นเจ้าของรถแท็กซี่อยู่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
กมลาศ กุลบรรลือพิชญ์ นายกสมาคมแท็กซี่ไทยพัฒนา กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกเหนือจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากค่าโดยสาร โบนัส สิ่งจูงใจ และผลประโยชน์อื่น ๆ ด้วยการใช้แอพเรียกรถ เราให้คำชี้แจงที่รับรองรายได้ของคนขับแท็กซี่ ซึ่งธนาคารหรือสถาบันการเงินให้ความไว้วางใจและยอมรับ ผู้ขับขี่หลายคนที่เช่ารถและอยากมีรถเป็นของตัวเองก็สามารถยืมเงินมาซื้อรถของตัวเองได้”

SEE ALSO  ท้อง หรือ ไม่ท้อง รู้ได้ยังไง | อาการคนท้องช่วงแรก รู้ก่อนประจำเดือนขาด | ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับที่ตรวจครรภ์ 7-11

แกร็บแท็กซี่

5. เพิ่มศักยภาพและมาตรฐานการบริการ

ด้วยการถือกำเนิดของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น แอพเรียกรถ คนขับแท็กซี่จึงต้องปรับตัวเพื่อปรับปรุงความเข้าใจและความสามารถของตนให้ทันยุคดิจิทัลและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป นี่เป็นโอกาสในการเรียนรู้และฝึกฝนการพัฒนาตนเอง ด้วยแอพเรียกรถอย่าง Grab จึงมีหลักสูตรอบรมต่างๆ สำหรับคนขับอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการบริการ ขับขี่ปลอดภัย ดูแลรถ หรือแม้แต่คอร์สภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีจรรยาบรรณและจรรยาบรรณสำหรับผู้ขับขี่อีกด้วย พร้อมทั้งมีระบบการควบคุมคุณภาพการบริการของพนักงานขับรถตามเวลาจริง ซึ่งครอบคลุมทั้งผลงานและการให้คะแนนจากผู้โดยสารเพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานการบริการให้สูงขึ้น
“ฉันขับแท็กซี่มานานกว่า 20 ปี ก่อนที่ฉันจะอยากขับ รับผู้โดยสารบางคน บางคนไม่รับ เมื่อฉันเริ่มใช้แอพเรียกรถ ฉันเห็นข้อบกพร่องในบริการของฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้รับการฝึกฝนให้เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมเรียนรู้ความต้องการของลูกค้าและปฏิบัติตามกฎที่กำหนดโดยบริษัทผู้ให้บริการแอพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก มันเปลี่ยนทัศนคติของฉันไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้เรากลายเป็นคนอยากบริการ เราก็ไปบอกเพื่อนในเน็ตว่า อาชีพนี้ต้องทำและควรทำมานานแล้ว เราละเลย หลายค่ายรับผู้โดยสาร เขาจะมารับผู้โดยสารได้อย่างไร? เมื่อเราเป็นคนไล่ล่าผู้โดยสาร เราต่อสู้เพื่อปรับตัวและกลับมาทำความสะอาดรถ พูดจาสุภาพกับผู้โดยสาร เขาหันมาใช้แท็กซี่มากขึ้น” นายจิรพัฒน์กล่าวเสริม

รับฟังจากคนขับมืออาชีพถึงประโยชน์ที่แอพเรียกรถนี้มีต่ออุตสาหกรรมแท็กซี่ ตอกย้ำว่า ทั้งสองธุรกิจไม่ได้ยืนอยู่คนละมุมอย่างที่หลายคนกังวล แต่จะส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและช่วยยกระดับมาตรฐานการคมนาคมของประเทศไทย คุณจะพูดได้อย่างไรว่าแอพเรียกรถอย่าง Grab ไม่สามารถอยู่ร่วมกับแท็กซี่ได้?

0/5 (0 Reviews)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น