TH_DrivingInRain_blog

สารบัญ

กับเราฝนตกเกือบทุกวัน บางวันฝนตกเราเกือบลืมตา ซึ่งทำให้หลายคนกลัวการขับรถตากฝน โดยเฉพาะตอนกลางคืน ฝนยังตก…ไม่ต้องพูดถึง เพราะมันยากมากที่จะมองผ่านสายฝนและความมืดมิด ก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงเช่นกัน
Arinanikitina.co.th เลยเอาเคล็ดลับเลี่ยงอุบัติเหตุระหว่างขับรถช่วงหน้าฝนมาฝากค่ะ
1. จับพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้าง
2. เปิดไฟหน้ารถ
3. อยู่ห่างจากรถที่อยู่ตรงหน้าคุณ
4. ขับด้วยความเร็วที่เหมาะสม
5. ใช้ยางเรเดียล
6. ระวังน้ำลื่น
แต่ละองค์ประกอบมีรายละเอียดดังนี้…

1. จับพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้าง

หากคุณกำลังขับรถท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก สิ่งแรกที่ควรทำคือ ถือพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้างตลอดเวลา อีกทั้งมีสมาธิในการขับขี่ให้มากที่สุด อุปกรณ์ที่ทำให้เสียสมาธิที่กวนใจคุณควรอยู่ห่างจากคุณ เช่น โทรศัพท์มือถือของคุณ (ปิดเสียง) ปิดวิทยุหรือเพลง เช่น จดจ่อกับการขับรถ
คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่ากระจกหน้าและหลังเป็นกระจกมองข้างซ้าย-ขวาอยู่ในตำแหน่งที่คุณมองเห็นได้ชัดเจนเพื่อให้คุณสามารถมองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ รถมีต้นไม้ เสาไฟฟ้า หรือสายไฟขวางหรือไม่กีดขวางทางจราจร

2. เปิดไฟหน้ารถ

หากคุณกำลังขับรถท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือเปิดไฟหน้ารถ (แม้ในตอนกลางวันแสกๆ) เพราะการเปิดไฟหน้าจะทำให้มองเห็นถนนและสิ่งกีดขวางได้ง่ายขึ้น รวมถึงรถที่ขับอยู่ฝั่งตรงข้ามก็จะมองเห็นรถของคุณได้ชัดเจน

3. อยู่ห่างจากรถที่อยู่ตรงหน้าคุณ

ขั้นตอนต่อไปที่ต้องทำเมื่อขับรถท่ามกลางสายฝนคือการรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้า ซึ่งโดยปกติ เราควรขับรถจากคันหน้าไปประมาณ 80-100 เมตร หรือจากรถประมาณ 2-3 ส่วน เพราะเราไม่เคยรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรถข้างหน้าเรา รถข้างหน้าอาจเบรกกะทันหันเพราะต้นไม้ล้ม หรือหาเส้นทางที่เสียหายแล้วเลี่ยงเลย ดังนั้น ให้เว้นระยะห่างรถข้างหน้าคุณ โดยเฉพาะในสภาพอากาศเลวร้าย การขับรถจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเราสามารถเบรกได้ทัน และลดอุบัติเหตุได้

4. ขับด้วยความเร็วที่เหมาะสม

ถ้าฝนตก การขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสมคือสิ่งที่ต้องทำ โดยความเร็วที่เหมาะสมคือ ความเร็วที่คุณสามารถมองเห็นเส้นทางของคุณในระยะไกล และทำให้คุณขับขี่ได้อย่างสบาย รวมถึงความเร็วที่คุณคิดว่าสามารถเบรกได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

5. ใช้ยางเรเดียล

การขับรถท่ามกลางสายฝนสามารถหลีกเลี่ยงได้หลายวิธี หนึ่งในการป้องกันที่ดีที่สุดคือการมียางที่ยึดเกาะถนนได้ดีและไม่กลิ้งรถไปมาหากคุณขับบนถนนเปียกหรือขับรถลุยน้ำ น้ำในพื้นที่น้ำท่วม ยางเหล่านี้เป็นยางเรเดียลแน่นอน นอกจากนี้ ยางเรเดียลยังมีลูกดอกฟันปลาในรูปทรงฟันปลาอีกด้วย เพื่อช่วยดูดซับน้ำบนผิวถนนและปล่อยน้ำออกทางด้านหลังขณะที่ล้อเคลื่อนไปข้างหน้า หรือเมื่อขับบนถนนเปียก ยางที่ดีจะต้องเคลื่อนที่ด้วยน้ำมากกว่า 5 ลิตรต่อวินาที เพื่อให้รถยึดเกาะถนนได้เพียงพอ

6. ระวังน้ำลื่น

เวลาฝนตกเราก็เดินผ่านแอ่งน้ำเป็นธรรมดา และการขับรถผ่านแอ่งน้ำ อาจทำให้สไลด์น้ำ (aquaplaning หรือ aquaplaning) หรืออาการยางรถยนต์ ไม่สามารถสัมผัสผิวถนนได้ เนื่องจากน้ำใต้พื้นยางหรือถูกสัมผัส แต่ไม่เพียงพอที่จะสร้างแรงเสียดทานให้รถควบคุมได้
ดังนั้นถ้าคุณจะร่อนบนน้ำ คุณต้องให้ความสนใจก่อน และปล่อยให้รถวิ่งตรงไปอย่าพยายามเลี้ยว หรือเร่งเครื่องในทันที เหนือสิ่งอื่นใด อย่าใช้เบรกเลย เพราะทันทีที่คุณเหยียบเบรก ล้อจะล็อคทันที และรถของคุณจะหมุนซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
ขับรถอย่างระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ นี่เป็นกฎข้อแรกที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม โดยเฉพาะช่วงนี้ต้องขับรถตากฝนแทบทุกวัน อย่าลืมทำตามคำแนะนำของ Arinanikitina.co.th มาใช้ร่วมกันนะครับ มันจะปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : wikihow, npc-se, kapook, luk888, racing-club

เปรียบเทียบเบี้ยประกันรถยนต์ฟรี คลิกที่นี่