ไฟเบอร์ออปติกกับสายทองแดง

มีคำถามมากมายที่หลายคนยังคงสงสัยว่าอินเทอร์เน็ตใยแก้วนำแสงดีกว่าสายเคเบิลทองแดงทั่วไปอย่างไร เราจึงรวบรวมไว้ 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเน็ตไฟเบอร์ vs คอปเปอร์

โดย นายสมมาศเสถียร เลิศวัฒนกุล

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ไฟเบอร์ วัน จำกัด (มหาชน)

  1. ไฟเบอร์ออปติกใช้สายเคเบิลที่ติดตั้งใหม่ ส่วนลวดทองแดง ส่วนใหญ่จะเก่า

แม้ว่าเทคโนโลยีสำหรับการให้บริการสายทองแดงในปัจจุบันจะพัฒนาเป็น VDSL ด้วยความเร็ว 50 Mbps (เมกะบิตต่อวินาที) แต่ไม่สามารถใช้ความเร็วนี้ได้ในทุกพื้นที่ เฉพาะพื้นที่ที่เพิ่งอัปเกรดหรือติดตั้งเท่านั้นจึงจะสามารถใช้ความเร็วนี้ได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการรบกวนทางไฟฟ้าเนื่องจากสายทองแดงได้รับการออกแบบให้มีฉนวนหุ้มด้วยพลาสติกบาง ๆ ทำให้รบกวนได้ง่าย ส่งผลต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ต้องอาศัยการส่งสัญญาณ ข้อมูลความเร็วสูง เทียบกับเมื่อหลายสิบปีก่อน (เด็กรุ่นใหม่อาจไม่เห็นภาพ) กับปัญหาเสียงเคาะที่รบกวนการใช้โทรศัพท์บ้าน

เครือข่ายใยแก้วนำแสงรูปแบบใหม่ที่กำลังขยายตัวในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยี FTTx การขยายเครือข่ายมีราคาถูกกว่าและรองรับจำนวนผู้ใช้และรูปแบบการใช้งานที่กว้างขึ้น การปรับขนาดไฟเบอร์ออปติกรองรับได้ถึงกิกะบิต (กิกะบิตต่อวินาที) ซึ่งหมายความว่ารองรับมากกว่าเทคโนโลยีปัจจุบันเช่น VDSL ถึง 200 เท่า และสามารถอัพเกรดเพื่อเพิ่มความเร็วและการใช้งานในอนาคต ใช่ พูดง่ายๆ คือ เป็นทางด่วนที่สามารถรองรับรถได้จำนวนมากและสามารถเพิ่มได้อีกในอนาคต

  1. ไฟเบอร์ออปติกความเร็วที่เร็วขึ้น

แม้ว่าเครือข่ายทองแดงในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีเช่น VDSL ที่ให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงถึง 50 Mbps แต่อย่าลืมว่าครั้งแรก Alexander Gramham Bell ออกแบบระบบโทรศัพท์เพื่อใช้สำหรับการสื่อสารด้วยเสียงเท่านั้น แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนเครือข่ายเคเบิลทองแดงจากแอนะล็อกเป็นดิจิทัล ทองแดงยังคงถูกจำกัดในฐานะตัวนำเนื่องจากตัวนำไฟฟ้ามีจำกัด

แต่ใยแก้วนำแสง มันถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานการถ่ายโอนข้อมูลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง มัลติมีเดีย ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นอะไรก็ได้ที่แปลงเป็นข้อมูลดิจิตอลใยแก้วนำแสง มันดำเนินการได้ดีกว่าและเร็วกว่าเครือข่ายทองแดง วันนี้เราได้เห็นโปรโมชั่นบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับบ้านตั้งแต่ 50-1000 Mbps แล้ว ว่าถ้ามีเงินจ่ายระดับหมื่นบาทต่อเดือนก็ใช้เน็ตได้ความเร็ว 1 Gbps. คุณสามารถใช้ในบ้านของคุณ

  1. ไฟเบอร์ออปติกเรียบ

ความเร็วและความลื่นไหล หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ในทางเทคนิค เวลาแฝงคือเวลาแฝง หรือเวลาแฝงในการตอบสนองของแต่ละเครือข่าย ยิ่งตัวเลขต่ำก็ยิ่งหมายความว่าทำงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้น ส่วนใหญ่แล้ว เราวัดเวลาแฝงด้วยวิธีที่เรียกว่า ping ซึ่งก็คือการยิงแพ็กเก็ตเข้าและออกจากเซิร์ฟเวอร์ในหน่วยมิลลิวินาที ) บนเครือข่ายทองแดง แม้แต่ในเทคโนโลยีล่าสุดเช่น VDSL ค่า ping ยังคงอยู่ในตัวเลข 10 หลักขึ้นไป แต่บนเครือข่ายใยแก้วนำแสง เราบอกว่าตัวเลขต่ำกว่า 10 มิลลิวินาที

เนื่องจากหลายคนมักจะนิยามการเล่นอินเทอร์เน็ตแบบไฟเบอร์ออปติกว่าลื่น สำหรับผู้ใช้ตามบ้านหลายๆ คน อาจสังเกตเห็นได้ชัดเจนเมื่อใช้อินเทอร์เน็ต หลังจากที่เราพิมพ์ URL หรือที่อยู่ของเว็บไซต์และกด Enter คำสั่งจะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลายทางผ่านเครือข่าย แต่ในความเป็นจริง เราจำเป็นต้องไปถึงเซิร์ฟเวอร์ปลายทางผ่านอุปกรณ์ เครือข่ายหลายชั้น การรับเครือข่ายที่ลื่นหรือมีเวลาแฝงต่ำหมายความว่าคำสั่งและข้อมูลที่เราต้องการจะไปยังเซิร์ฟเวอร์และกลับมายังเซิร์ฟเวอร์ได้เร็วขึ้น

PS ใช้ตัวเลขกลม ไฟฟ้าเดินทางด้วยสายทองแดงด้วยความเร็วเกือบ 300 กม./วินาที เมื่อเทียบกับแสงที่เดินทางด้วยใยแก้วนำแสงที่ความเร็วเกือบ 300,000 กม./วินาที

  1. เส้นใยแก้วนำแสง เสียงไฟฟ้าไม่มีผลเหมือนสายทองแดง

การส่งสัญญาณไฟฟ้าผ่านสายตะกั่ว ปัญหาเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความเร็วในการส่งคือการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า : EMI ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการสร้างแรงดันไฟฟ้าแม่เหล็กไฟฟ้าในตัวนำ มันจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของตัวนำ ในโลกนี้จะมีตัวนำที่ดีกว่าทองแดง ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือทอง แต่ในความเป็นจริง ทองแดงน่าจะเป็นการลงทุนที่ยอมรับได้มากที่สุด (ขนาดที่ถูกที่สุดยังโดนขโมยและตัดสายไฟ ไม่ใช่ทุกวัน) เมื่อ EMI เกิดขึ้นจะส่งผลให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่เสถียรซึ่งมักพบบ่อยคืออินเทอร์เน็ตช้าหรือขาดการเชื่อมต่อบ่อย

แต่บนเครือข่ายใยแก้วนำแสงไม่ใช้ไฟฟ้าสร้างกระแสไฟในการส่งข้อมูล แต่จะใช้วิธีการแปลงข้อมูลเพื่อส่งในรูปของแสงผ่านใยแก้วนำแสงแทน ดังนั้นไม่ว่าสายไฟเบอร์ออปติกจะผ่านเข้าไปในบริเวณใด ก็จะมีการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ไม่ก่อให้เกิดปัญหากับการส่งและรับข้อมูลในการใช้งานอินเทอร์เน็ต

  1. โครงข่ายใยแก้วนำแสง สามารถรองรับได้หลายค่าย ขยายโครงข่ายได้ไกล

ปัญหาคลาสสิคของผู้ที่ต้องการติดตั้งอินเทอร์เน็ตคือผู้ให้บริการตอบว่าสายเต็มหรือระยะการติดตั้งไกลเกินไป ISP ที่ยังคงทำงานบนเครือข่ายทองแดงมักจะยกธงยอมแพ้ หากจุดติดตั้งของลูกค้าบ้านอยู่ห่างจากอุปกรณ์กระจายสัญญาณหรือ DSLAM (Digital Subscriber Line Access Multiplexer) ในระยะ 1-2 กม. จะมีปัญหาเรื่องเน็ตช้า การใช้งานไม่เสถียร) ส่วนใยแก้วนำแสงวันนี้พูดถึงปลายทางภายในระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรจากจุดเข้าใช้งาน (กรณีผู้ติดตั้งหรือผู้ให้บริการตกลงหรือยินยอมให้ลูกค้าชำระค่าสายเคเบิลใยแก้วนำแสงเพิ่มเติม)

อีกทั้งข้อจำกัดของอุปกรณ์ DSLAM ในแง่ของจำนวนจุดเข้าใช้งาน ใน 1 เครื่อง เพิ่มจำนวนจุดเข้าใช้งานหรือพอร์ต สิ่งเดียวที่สามารถทำได้คือเปลี่ยนอันใหม่ที่ใหญ่กว่าด้วยพอร์ตที่มากขึ้น ราคาถึงวันนี้แม้จะถูก ลงแต่ไม่คุ้มกับการลงทุน การให้บริการผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสงต้องเดินสายเคเบิลผ่านพื้นที่เท่านั้น การสร้างจุดเข้าใช้งานก็ไม่ยาก แม้จะอยู่ในรูปแบบของอาคารที่พักอาศัย เช่น คอนโด เพียงแค่เพิ่มอุปกรณ์กระจายสัญญาณเข้าก็ให้บริการได้จำนวนมากโดยแทบไม่มีข้อจำกัด

  1. ใยแก้วนำแสง อัปโหลดเพิ่มเติมทำไม?

จากปัญหาการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า EMI จากข้อ 4 พยายามส่งข้อมูลจำนวนมาก ผ่านสายทองแดงที่มีอุปกรณ์ที่สามารถสร้างแรงดันไฟฟ้าได้เล็กน้อย เช่น เราเตอร์ที่บ้านที่ ISP ให้ไว้เมื่อสมัครใช้งาน ไม่สามารถทนต่อการรบกวนดังกล่าวได้ ส่งผลให้ไม่สามารถส่งข้อมูลออกหรือส่งออกข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วนจึงต้องดึงข้อมูลจากปลายทางซ้ำๆ แต่เมื่อปัญหายังคงอยู่ที่เดิมในที่สุดเกิดปัญหาในการส่งข้อมูลหรือช้าเหมือนเต่าคลานอย่างที่เห็น? ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานบนสายทองแดงไม่สามารถให้บริการที่มีอัตราข้อมูลหรือความเร็วในการอัพโหลดสูงมากได้ (ยังเป็นประเด็นของการลงทุนเครือข่ายที่คุ้มทุนอีกด้วย ถ้าปล่อยให้อัพโหลดเยอะก็ต้องมีท่อขนาดใหญ่ด้วย . ไม่สามารถทำราคาในระดับมวลได้)

ปัญหา EMI ก็เหมือนกัน แต่ในเครือข่ายใยแก้วนำแสงนั้นต่ำมากจนไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง เนื่องจากข้อมูลถูกส่งในรูปแบบแสง การรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้าจึงไม่มีผลใดๆ ตอนนี้การอัปโหลดเครือข่ายไฟเบอร์เริ่มต้นที่ 10 Mbps สูงสุด 1-200 Mbps. ดังนั้นเร็วๆ นี้ ทุกคนจะสามารถถ่ายทอดสดจากที่บ้านผ่านอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์แบบความคมชัดสูงได้ เหมือนเปิดทีวีดิจิตอลทันที

  1. ข้อมูลใยแก้วนำแสงมีความปลอดภัยมากขึ้น

ซึ่งแม้โอกาสจะน้อยนิด แต่บางบริษัทที่มีข้อมูลสำคัญมาก หากมีความต้องการจากคนที่ไม่หวังดี อาจเสี่ยงโดนแฮ็กโดยการสัมผัสสายอินเตอร์เน็ต (ไม่มีการเชื่อมต่อ) เนื่องจากมีการส่งสายอินเทอร์เน็ต สัญญาณไฟฟ้าจะมี “คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการกำบังที่สามารถป้องกันการกระจายของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แม้จะน้อยกว่าแต่ในบางกรณีก็เพียงพอที่จะใช้เพื่อแฮ็คข้อมูล การเปลี่ยนไปใช้อินเทอร์เน็ตแบบเคเบิลช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีกว่าด้วยฉนวนที่หนาขึ้นของสายทองแดง แต่ถ้าเป็นใยแก้วนำแสง มันจะตัดการแผ่รังสีแม่เหล็กที่แผ่ออกนอกสาย วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเสียบอุปกรณ์อย่าง SFU เข้ากับไฟเบอร์สวิตช์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถัดจากนั้นยังมีระบบเข้ารหัสสำหรับทั้งเครือข่ายและสวิตช์เกียร์หรือผู้ให้บริการ เลยหยุดคิดดีกว่า

  1. ไฟเบอร์ออปติก รับแบนด์วิดธ์มากขึ้น เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้มากขึ้น

แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องพูดให้รู้ เมื่อใยแก้วนำแสงสามารถให้บริการได้เร็วขึ้น ราบรื่นขึ้น ง่ายขึ้น จะต้องสามารถรองรับอุปกรณ์ที่ใช้งานได้มากขึ้นด้วย ในยุคที่ IoT ครองโลก มีผลสำรวจไม่เกิน 10 รายการ จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหลายพันล้านเครื่องในปีนี้ ทุกวันนี้ สิ่งที่เราต้องการเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วคือแบนด์วิดธ์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือความเร็วในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่มากขึ้น ความสามารถในการดาวน์โหลดข้อมูลได้เร็วขึ้นหมายความว่าเราสามารถใช้อุปกรณ์ได้มากขึ้นเช่นกัน มันเหมือนท่อ ถึงน้ำจะเท่าแต่ท่อใหญ่กว่า เสถียรภาพของสัญญาณเมื่อทำงานพร้อมกันของไฟเบอร์ออปติกจะมีมากกว่า

  1. ไฟเบอร์ออปติก ยังเหลืออีกเยอะนะครับ

วันนี้ ISP กำลังพยายามเปลี่ยนไปใช้เครือข่าย ใยแก้วนำแสง คำถามคือ จะมีปัญหาไหมเมื่อมีผู้ใช้จำนวนมากเหมือนเครือข่ายทองแดงหรือไม่? ที่จะช่วยแก้ปัญหาความแออัดของการใช้งานพร้อมกันได้มากขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย ออกแบบมาให้รองรับระบบได้ขนาดไหน?

สมมุติว่าในเครือข่ายใยแก้วนำแสงจะได้รับผู้ใช้เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า

  1. ไฟเบอร์ออปติกในรูปแบบ Digital Service Platform ทำให้สามารถเลือกผู้ให้บริการได้หลากหลาย

เทคโนโลยีโครงข่ายลวดทองแดงไม่เอื้ออำนวยให้ผู้ใช้ในหมู่บ้านหรือคอนโดสามารถเลือกหรือเลือกใช้บริการได้มากกว่าหนึ่งบริการ ใยแก้วนำแสง หมู่บ้านหรือคอนโดสามารถเลือกติดตั้งโครงข่ายเพื่อให้บริการใน Digital Service Platform หรือเหมือนประตูสู่ทางด่วน ที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณหรือบริการดิจิทัลอื่นๆ เช่น ทางด่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน ทางด่วน ขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 หรือมอเตอร์เวย์ ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกผู้ให้บริการได้เอง

ตัวอย่างเช่น บริการที่ ไฟเบอร์ วัน ให้บริการติดตั้งให้กับนิติบุคคล หมู่บ้าน หรือคอนโดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านและคอนโดสามารถเลือกได้ว่าจะใช้อินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการมากกว่าหนึ่งรายหรือไม่ อีกทางหนึ่งเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเข้าถึงบริการในหมู่บ้านหรือคอนโดได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการระบบสายไฟเบอร์ออปติกด้วยตัวเอง

ทั้งหมดคือ 10 เรื่องไฟเบอร์ออปติกที่ควรรู้ เพราะระบบสายทองแดงจะเปลี่ยนเป็นไฟเบอร์ออปติกทั้งหมดเร็วๆ นี้

แหล่งที่มา – อีเมลประชาสัมพันธ์ บริษัท ไฟเบอร์วัน จำกัด (มหาชน)

0/5 (0 Reviews)
SEE ALSO  เผยปุ่มโฮม เสมือนจริงของ iPhone 7 โผล่เมื่อปุ่มโฮมจริงมีปัญหา | Arinanikitina

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *