วันนี้เป็นวันเกิดปีที่ 270 ของ Alessandro Volta บิดาแห่งแบตเตอรี่ วันนี้ผมจะมาเขียนบทความเกี่ยวกับแบตเตอรี่ให้เพื่อนๆ ได้อ่านและทราบประวัติของแบตเตอรี่ครับ

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่เป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวันของเราในปัจจุบัน เพราะการที่เราสำรองไฟฟ้าไว้ในเครื่องพกพาหรือสามารถสร้างแหล่งพลังงานได้ จึงทำให้เราสามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ในสถานที่ต่างๆ ได้สะดวก มารู้จักแบตเตอรี่กันก่อน

แบตเตอรี่หมายถึงอะไร

คำจำกัดความของแบตเตอรี่ ถ้าเรียกง่ายๆ ก็คือ การเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยเคมีไฟฟ้าที่ประกอบด้วยเซลล์กัลวานิกหรือเซลล์เชื้อเพลิง โดยแบตเตอรี่จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟไม่ได้ (แบบใช้แล้วทิ้ง)

แบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้งเรียกอีกอย่างว่า “แบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้ง” เซลล์ปฐมภูมิ ใช้ครั้งเดียว เนื่องจากไฟฟ้าที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีเมื่อสารเคมีเปลี่ยน คอนเวอร์เตอร์หมดไฟ แบตจะหมด แบตเตอรี่เหล่านี้เหมาะสำหรับใช้ในอุปกรณ์ขนาดเล็กและพกพาสะดวก ใช้พลังงานต่ำ หรือในสถานที่ห่างไกลจากไฟฟ้ากระแสสลับ

แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้

ในทางกลับกัน แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้หรือ เซลล์รอง สามารถชาร์จใหม่ได้หลังจากไฟหมดเนื่องจากสารเคมีที่ใช้ทำแบตเตอรี่ สามารถคืนสภาพเดิมได้โดยการชาร์จใหม่ อุปกรณ์ที่ใช้ในการชาร์จพลังงานนี้เรียกว่าเครื่องชาร์จหรือเครื่องชาร์จ

แบตเตอรี่แบบชาร์จได้แบบชาร์จได้แรกสุดที่ใช้อยู่จนถึงปัจจุบันคือแบตเตอรี่แบบ “เซลล์เปียก” หรือแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด ให้อยู่ในตำแหน่งตั้งตรงตลอดเวลาและต้องเป็นบริเวณที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อระบายก๊าซไฮโดรเจนที่เกิดจากปฏิกิริยาและประเภทแบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักมาก

รูปแบบทั่วไปของแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดคือแบตเตอรี่รถยนต์ ซึ่งสามารถให้พลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 10,000 วัตต์ในระยะเวลาอันสั้น สารละลายอิเล็กโทรไลต์ของแบตเตอรี่คือกรดซัลฟิวริก ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผิวหนังและดวงตา แบตเตอรี่ตะกั่วกรดที่มีราคาแพงมากเรียกว่า แบตเตอรี่เจล (หรือ “เซลล์เจล”) ที่บรรจุอยู่ภายในอิเล็กโทรไลต์กึ่งของแข็งที่ป้องกันการรั่วไหล และแบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่ได้ซึ่งง่ายต่อการเคลื่อนย้ายคือประเภท “เซลล์แห้ง” ที่ใช้กันทั่วไปในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เซลล์ของแบตเตอรี่ประเภทนี้คือ

  • นิกเกิลแคดเมียม (NiCd) ,
  • นิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ (NiMH) ,
  • ลิเธียมไอออน (Li-Ion)
SEE ALSO  เดียวพาวาร์ป | ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเดี๋ยวพาวาร์ปเพิ่งได้รับการอัปเดต

บันทึก อเลสซานโดร โวลตา เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของแบตเตอรี่ที่เราใช้กัน

อเลสซานโดร โวลตา ไฟฟ้าถูกค้นพบโดยกบโดย Luigi Galvani นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลีซึ่งเขาบังเอิญพบโดยบังเอิญขณะสอนกายวิภาคของกบ เมื่อกัลวานีใช้คีมจับขาของกบ กัลวานีก็พักผ่อนอยู่บนแผ่นโลหะ ขาของกบกระตุกกะทันหัน ทำให้เขาและนักเรียนในห้องประหลาดใจ เขาจึงทำการทดลองซ้ำหลายครั้ง ผลออกมาเหมือนเดิมทุกครั้ง จากผลการทดลอง กัลวานี สรุปว่ากบมีไฟฟ้าทำให้เกิดปฏิกิริยา เมื่อใช้คีมจับกบ เพราะคีมทำจากเหล็กซึ่งเป็นสื่อกระแสไฟฟ้า เมื่อโวลตามีโอกาสอ่านหนังสือของกัลวานี เขาได้ทดลองในสไตล์ของกัลวานี อย่างไรก็ตาม Vani ได้ทดลองเพิ่มเติมกับสิ่งอื่น เช่น ลิ้น โดยการวางเหรียญเงินไว้บนลิ้น และวางเหรียญทองแดงไว้ใต้ลิ้นของเขา ปรากฏว่าเขารู้สึกมีรสเค็มและลิ้นของเขากระตุก จากการทดลองของโวลตา กบไม่มีไฟฟ้าจริงๆ แต่ขากบนั้นเกิดจากปฏิกิริยาเคมีของโลหะที่เชื่อมกันด้วยกรด เกลือที่มีอยู่ในสัตว์รวมทั้งกบและมนุษย์ จากผลการทดลองครั้งนี้ ฉบับที่ ได้ทดลองผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้สองชามแล้วเติมน้ำเกลือ และหนังฟอกแล้วตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วแผ่นเงินและสังกะสี เกี่ยวกับขนาดของเหรียญเงิน มาต่อกัน 8 คู่ เริ่มจากแผ่นสังกะสีก่อนแล้วค่อยต่อด้วยแผ่นเงิน จากนั้นวางบนโลหะยาวเพื่อเชื่อมโลหะทั้งหมดเข้ากับแท่งที่ 1 อีกอันทำแบบเดียวกันแต่ใช้แผ่นเงินก่อนแล้วค่อยใช้แผ่นอาบสังกะสี จากนั้นใส่แท่งโลหะ 2 อันลงในชาม 2 ใบ ซึ่งวางชิดกันแต่ไม่ติดกัน จากนั้นลวดก็เชื่อมระหว่างแท่งโลหะในอ่างทั้งสอง เมื่อทดสอบแล้วปรากฏว่ามีกระแสไฟฟ้าอยู่ที่สายไฟ ในปี ค.ศ. 1788 โวลตาใช้หลักการเดียวกันนี้ในการประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เรียกว่าโวลไต Voltaic Pile หรือที่รู้จักในชื่อ Electric battery (แบตเตอรี่) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดแรกของโลกที่เกิดจากปฏิกิริยาแม่เหล็กไฟฟ้า เคมีแบตเตอรี่ของโวลตาใช้แผ่นทองแดงก่อน ต่อด้วยกระดาษชุบกรดที่ตกค้าง หรือกรดกำมะถัน ต่อมาใช้แผ่นสังกะสีและกระดาษจุ่มเกลือ หรือกรดกำมะถัน เรียงสลับกันแบบนี้ประมาณ 100 แผ่น จนสังกะสีแผ่นสุดท้าย จากนั้นใช้ลวดเชื่อม ปลายด้านหนึ่งเชื่อมต่อกับแปลนทองแดงอันแรกและอีกอันเชื่อมต่อกับแผ่นสังกะสีสุดท้าย ด้วยวิธีนี้ลวดจะไหลด้วยกระแสไฟฟ้าเสมอ โวลตายังคงค้นคว้าเสาเข็มโวลตาอิกต่อไปจนกระทั่งพบว่ายิ่งใช้เพลตมากเท่าไร ก็ยิ่งผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากเท่านั้น ลำดับและประยุกต์ใช้หลักการนั้นเพื่อสร้างเซลล์โวลตาอิก (Vlotaic Cell) โดยใช้โวลตาอิกเซลล์หลายๆ อันต่อกันเป็นชุด ซึ่งจะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้ามากขึ้น และแข็งแกร่งกว่าที่ได้รับจาก Volta Ic Pile และในปีเดียวกันนั้น Volta ได้ส่งรายงานเกี่ยวกับผลงานของเขาไปยัง Royal Society of London ซึ่งเขาตั้งชื่อผลงานนั้น ธุรกรรมเชิงปรัชญาที่ราชสมาคมให้ความสนใจ และตีพิมพ์ผลงานของเขาลงในวารสารของสมาคมและเมื่อผลงานของเขาได้รับการตีพิมพ์ทำให้เขามีชื่อเสียงและยกย่องจากชุมชนวิทยาศาสตร์ และงานของโวลตาต่อสาธารณชนเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้สร้างกระแสการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับไฟฟ้าอีกด้วย เขาสามารถคว่ำหลักการไฟฟ้าสัตว์ของกัลวานีได้ แต่การค้นพบของกัลวานีก็มีข้อดีเช่นกัน นั่นคือทำให้โวลตาค้นพบกระแสไฟฟ้าได้สำเร็จ สำหรับงานนี้ โวลตาได้รับรางวัลจากสถาบันวิทยาศาสตร์ต่างๆ รวมทั้งในปี พ.ศ. 2334 เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลแห่งปี และได้รับเหรียญคอปลีย์จากราชสมาคมแห่งลอนดอน ต่อมาในปี พ.ศ. 2345 พระองค์ได้รับเชิญจากพระเจ้านโปเลียนที่ 1 (พระเจ้านโปเลียนที่ 1) แห่งฝรั่งเศส โวลตาเป็นผู้นำ การทดลองได้ดำเนินการต่อหน้าพระองค์ ทรงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พระองค์ประทานเงินจำนวน 6,000 ฟรังก์แก่โดโวลตาเป็นรางวัลในครั้งนี้ โวลตายังได้รับเหรียญทองจากสถาบันเดอปารีส หลังจากนั้นโวลตาก็กลับไปอิตาลี ซึ่งประชาชนก็ต้อนรับท่านเช่นกัน ท่านได้รับเชิญให้เข้าร่วมสภาวุฒิสภาด้วย แห่ง Lombardy ได้รับยศเคานต์และได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะปรัชญาที่ Padang University Volta ได้ค้นคว้างานไฟฟ้าของเขามาโดยตลอด และตีพิมพ์ในวารสารชื่อ Sceltad Opuscoli ในอิตาลี เมื่อปี พ.ศ. 2362 โวลตาลาออกจากตำแหน่งทั้งหมด เพราะเขาแก่แล้วและต้องการพักผ่อน โวลตาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2370 ในเมืองโคโม ประเทศอิตาลี จากการค้นพบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และบุกเบิกด้านไฟฟ้าให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น

SEE ALSO  โหลดเกมส์ Need for speed carbon ลิ้งเดียว | สรุปเนื้อหาที่เกี่ยวข้องโหลด เกมส์ need for speed most wanted ไฟล์ เดียวที่มีรายละเอียดมากที่สุด

ที่มา – Wikipedia สารานุกรมเสรี 1, 2 เรียบเรียงโดยแก้ไข

0/5 (0 Reviews)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น