ขับในน้ำกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนวันที่ 9-10 มิ.ย. กทม.จะมีฝนฟ้าคะนองกระจายเป็นวงกว้าง ตั้งแต่วันที่ 11-14 มิ.ย. พายุฝนฟ้าคะนองกระจายเป็นวงกว้างกว่า 30-60% ของพื้นที่ และขณะนี้มีน้ำท่วมหลายพื้นที่ คนที่ต้องขับรถไปทำงานเจอรถติดนานหลายชั่วโมง
เนื่องจากการขับรถลุยน้ำเป็นสภาวะการเดินทางที่ไม่ปกติสำหรับมอเตอร์ทั้งหมดของเรา เรามาดูกันดีกว่าว่าทำอย่างไร เมื่อเราต้องการรถสัญจรไปมาในช่วงน้ำท่วม เราควรทำอย่างไรเพื่อรับประกันความปลอดภัยสูงสุด?
  1. สังเกตความลึกของระดับน้ำ สามารถมองเห็นได้จากขอบถนนหรือว่ารถคันอื่นกำลังขับอยู่บนถนนสายนั้น เราลองมาดูด้วยตาของเรากัน หากคุณขับรถเก๋ง คุณสามารถลุยน้ำได้หากระดับน้ำไม่เกิน 30 ซม. ไม่เช่นนั้นเครื่องยนต์อาจดับได้
  2. ปิดแอร์! เพราะเมื่อเปิดแอร์ พัดลมจะทำงานและกระจายน้ำไปทั่วห้องเครื่อง น้ำนี้สามารถปิดเครื่องได้
  3. ขับช้าๆ ด้วยความเร็วคงที่ ใช้เกียร์ต่ำ 1-2 เกียร์ แล้วเร่งต่อไปประมาณ 1500-2000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ต่ำอาจไหม้ได้ ค่าที่สูงกว่านี้สามารถดูดอากาศและน้ำเข้าเครื่องได้อีกครั้ง สำหรับเกียร์อัตโนมัติ ใช้เกียร์ L จำไว้ ขับช้าๆ อย่าหยุด อย่าเร่ง
  4. การเร่งความเร็วอาจเป็นอันตรายต่อคนเดินถนนและผู้ขับขี่รถยนต์รายอื่นๆ เนื่องจากรถสามารถเลี้ยวออกจากถนนและทำให้คุณเสียการควบคุม น้ำสกปรกอาจกระเด็นใส่คนเดินถนนได้ และการเร่งความเร็วจะทำให้เครื่องร้อนขึ้น เมื่อเครื่องร้อนขึ้น ใบพัดลมสำหรับงานระบายความร้อน เมื่อพัดลมทำงานก็จะเป่าน้ำให้กระจายไปทั่วห้องเครื่อง
  5. หลีกเลี่ยงการผ่านสถานที่ที่มีการฝังสายไฟฟ้า แค่ดูดมัน
  6. ดูว่ามีวัตถุลอยอยู่ในน้ำหรือไม่ เพราะมันสามารถขวางหรือชนรถทำให้คุณไม่สามารถขับต่อไปได้
  7. พยายามรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า เพราะระบบเบรกจมอยู่ในน้ำประสิทธิภาพจะลดลง
  8. หากเจอพื้นที่น้ำไหลลึกประมาณ 4 นิ้ว ห้ามผ่านเด็ดขาด เพราะคุณและรถของคุณสามารถถูกพัดพาไปตามแม่น้ำได้
  9. หากเครื่องดับกลางน้ำ ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์เพราะเครื่องยนต์อาจเสียหายได้ ขอความช่วยเหลือทางโทรศัพท์หรือโทรหาคนที่อยู่นอกรถเพื่อขอความช่วยเหลือ
  10. เมื่อขับรถชนรถคันอื่นให้ช้าลง มิเช่นนั้นจะทำให้คลื่นซัดเข้าหาคลื่น ทำให้น้ำกระเซ็นทำให้อุปกรณ์ภายในรถทั้งสองคันเสียหาย
หลังออกจากพื้นที่น้ำท่วม
  1. เพื่อทดสอบการเบรกขณะขับขี่อย่างช้าๆ และการเบรกเป็นระยะทำให้ผ้าเบรกแห้ง และดิสก์เบรกแห้งเร็วกว่าดรัมเบรก
  2. ห้ามดับเครื่องยนต์ทันที จอดรถทิ้งไว้ขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ชั่วขณะหนึ่ง เพื่อให้น้ำในท่อไอเสียระเหยจนหมด ซึ่งอาจมีไอน้ำออกมาจากท่อซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากคุณดับเครื่องยนต์ทันที ท่อไอเสียอาจเสื่อมสภาพ
การบำรุงรักษารถหลัง
  1. ทำความสะอาดรถ พ่นน้ำที่ใต้ท้องรถ, ล้อและเศษหิน, ทราย, หญ้า, ใบไม้ เพราะอาจก่อให้เกิดไฟไหม้ได้
  2. เปลี่ยนน้ำมันเกียร์เพราะจะมีน้ำซึมเข้าไปในระบบเกียร์ทำให้เบรคแตก
  3. เช็คลูกปืนล้อ เมื่อแช่น้ำเป็นเวลานานอาจเกิดเสียงดังได้
  4. ตรวจสอบพื้นพรมในรถ เปิดผ้ายาง. ถอดพรมออกเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อราในพรมและการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆ
  5. ตรวจสอบระบบต่างๆ ให้อยู่ในสภาพดี หากพบสิ่งผิดปกติให้นำรถไปที่ศูนย์ตรวจสอบรถด่วน
จะเห็นได้ว่าการลุยน้ำจะระมัดระวังมากกว่าปกติมาก และหากรถของคุณได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม การประกันภัยรถยนต์ การคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติจะช่วยลดต้นทุนการซ่อมได้อย่างมาก
เปรียบเทียบประกันรถยนต์ของบริษัทชั้นนำทั่วประเทศถึง Arinanikitina.co.th ดูแลตัวเองดีๆ และรักษาสุขภาพนะทุกคน!
ขอขอบคุณที่มาของ
https://www.progressive.com/vehicle-resources/flood-safety/
https://www.rac.co.uk/advice/winter-driving/driving-in-heavy-rain-and-flooding
https://www.theaa.com/motoring_advice/seasonal/floods-and-wet-weather.html
https://www.telegraph.co.uk/motoring/road-safety/10210793/How-to-drive-through-floods.html
https://www.kwamru.com/40
https://radio.prd.go.th/kamphaengphet/ewt_news.php?nid=10&filename=index